ทั่วไป

16 October 2017

เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่สื่อบันเทิงเข้าสู่ 10 ล้านซับบน Youtube

แฟนๆ Youtuber คงรู้จักกันดีกับโล่เงินโล่ทองของ YouTube ที่แจกให้ทุกแสนซับและล้านซับ ที่เวลานี้ได้พบเจอกันบ่อยขึ้นและมี Youtuber ร่วมหลายร้อยชีวิตที่สามารถทำได้ถึงแล้ว แต่วันนี้ขอมาโฟกัสที่สื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่ “สิบล้านซับ” ไปเรียบร้อย พร้อมกับการเฉือนคมแบบเจ็บๆ

ที่มา http://www.tubefilter.com/2016/05/26/pewdiepie-rant-youtube-diamond-play-button/

Gmm Grammy vs Workpoint TV ศึกชิง 10 ล้านซับ ใครถึงก่อนคือคนแรก

มันคือการแข่งขันที่ทั้งสองแบรนด์ลุ้นกันวันต่อวันก็ว่าได้ เพราะเส้นทาง 10 ล้านซับ เข้ามาใกล้เคียงกันมาก และทั้งสองแบรนด์ก็ออกแคมเปญกันเพื่อมอบสิ่งพิเศษให้แฟนๆได้อย่างน่ารักน่าลุ้น

โดยทางฝั่งของ GMM ใช้แคมเปญ Fan Meet “เป็ก ผลิตโชค” ซุปตาร์ที่กลับมาดังแบบหยุดไม่อยู่อีกครั้ง จากเวทีดังของค่าย Workpoint (เอ๊ะ ยังไง)

ขณะที่ Workpoint ดึงคนด้วยการแจก Photobook และ ผ้าห่มหน้ากากทุเรียน

และท้ายที่สุด “เจ้าแรก” ก็เป็นของ Gmm Grammy ที่เข้าวินเป็นแบรนด์แรกที่ได้โล่ Diamond จาก YouTube ไปครอง

แต่ไล่หลังจากนั้นไม่นาน Workpoint TV ก็ออกโรงเบาๆ ให้ GMM ได้รู้สึกแสบๆคันๆบ้าง ที่ใช้การนำเสนอของ “กราฟ” แสดงการเจริญเติบโตของช่อง Workpoint ที่ชี้ชัดถึงความแรงและเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ไม่เพียงเท่านี้ แม้ว่าจะขึ้นหลัก 10 ล้านได้ช้ากว่าแบรนด์ GMM แต่ในเวลานี้ก็ขยับแซงไปเป็นที่เรียบร้อย โดยยอดขยับห่างไปเรื่อยๆอีกด้วย!

ความต่างที่ไม่มีทางเหมือน

ทั้งสองช่องมีรูปแบบ Content ที่ค่อนข้างต่างกันชัดเจน และนี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ GMM Grammy ที่ขึ้นถึง 10 ล้านก่อน แต่โดนแซง และจะเป็นการแซงแล้วแซงเลยของช่อง Workpoint อีกด้วย

เนื่องจาก ช่องของ GMM Grammy ที่เน้นไปทางของ “เพลง” เป็นหลัก ไม่มีรูปแบบคอนเท้นต์อื่นๆมาประกอบ อันเนื่องจาก ละคร, รายการ ต่างๆในเครือ GMM ถูกนำเสนอในช่องอื่นๆ อาทิเช่น ช่องวัน 31 ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านซับ , ช่อง GMM 25 ที่มีมากกว่า 2.5 ล้านซับ

ขณะที่ Workpoint TV ที่แซงไปแล้วเวลานี้มีคอนเท้นต์จำนวนมากให้มาเล่น ด้วยความหลากหลายของรายการที่มีอยู่ในมือ จึงสามารถนำเสนอได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบรายการเต็ม หรือตัดเฉพาะไฮไลท์มาให้ได้ชม จึงสามารถครอบครองผู้ชมได้อย่างมหาศาล ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขผู้ชมสูงทลุ 8 พันล้านครั้งไปแล้ว (ขณะที่ GMM Grammy ณ เวลานี้ทลุ 10,000 ล้านครั้งเรียบร้อยแล้ว)

คิดต่าง และจับทุกจุด

สิ่งที่ผมมองถึงความต่างในฐานะที่เป็นผู้ชม YouTube มาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะในการเสพย์สื่อบันเทิงใน Platform นี้ ต้องบอกว่า “Workpoint” กล้าที่จะเล่น และไม่กลัวที่จะล้น

ความหมายของผมก็คือ เดิมที่สื่อบันเทิงเกือบทุกช่อง ใช้วิธีการ “รีโพส” นำรายการเต็ม นำละครเต็มๆ มาเผยแพร่แบบ 1 ตอนจบ (Long Content) ดูกันแบบไม่ต้องเปลี่ยนคลิป หรือย้อนไปก่อนที่ YouTube จะอนุญาติให้โพสแบบเวลานานได้ ก็จะซอยเป็น 4-8 คลิปแล้วไล่ดูทีละตอนเอา

แต่กับ Workpoint ไม่!

Workpoint ทำทุกอย่างที่ทำได้ กล่าวคือ

  • คลิปแบบเต็มรายการ
  • คลิปแบบไฮไลท์เฉพาะส่วน (เช่น การร้องเพลงแต่ละเพลงของ The Mask Singer, แขกรับเชิญแต่ละคนของ ปริศนาฟ้าแล่บ)
  • คลิปแบบไฮไลท์ผสมของคาแรกเตอร์คนๆนั้น (เช่น คลิปดีเจนุ้ยใน I Can See Your Voice, ซาร่า และ ไอซ์ ใน The Mask Singer)

ซึ่งรูปแบบทุกอย่างหากได้ดูที่ผลลัพธ์ต้องบอกเลยว่า “บรรลุเป้าหมาย” เพราะสามารถสร้างยอดวิวได้ถล่มทลายในทุกรูปแบบ

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Workpoint ประสบความสำเร็จแบบไม่ได้เกินความคาดหมาย

สิ่งที่เรียนรู้ได้ Free Platform ก็สร้างรายได้มหาศาล

และ คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เคยได้ออกมากล่าวว่า ในช่องทางออนไลน์ที่ Workpoint นำขึ้นมาเผยแพร่บน Free Platform แห่งนี้สามารถสร้างรายได้สูงถึง 50 ล้านบาท

หลังจากความสำเร็จของ GMM Grammy และ Workpoint ที่ก้าวผ่าน 10 ล้านซับบนช่องทางของ YouTube ก็น่าติดตามกันต่อไปว่า ในช่องทางอื่นๆบนโลกออนไลน์จะไปในทิศทางไหน และใครจะเป็นผู้นำต่อไป

แม้ว่า Digital TV จะดูเหนื่อยๆกับผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย แต่น่าสนใจว่าอย่างน้อยก็มี 1 ช่องอย่าง Workpoint TV ที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยการขึ้นเป็นเบอร์ต้นๆของทีวี และไม่เพียงเท่านั้นยังก้าวสู่เบอร์หนึ่งบนฝั่งของออนไลน์อีกด้วย

เห็นแล้วก็ต้องปรบมือให้ดังๆเลย

ติดตามข่าวสารจาก หมีสาระ

Facebook : www.facebook.com/mheesaradotcom/

Twitter : https://twitter.com/mheesara

 

บทความที่เกี่ยวข้อง