ทั่วไป

01 October 2020

บริจาคเลือดอย่างไร ถึงได้สิทธิจ่ายค่ารักษาพยาบาล

สำหรับคนชอบบริจาคเลือดต้องรู้ #บริจาคเลือด ดีอย่างไรได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ใครที่เคยบริจาคหรือยังไม่เคยบริจาคเลือดเลย อาจจะยังไม่รู้ว่าถ้าเราบริจาคเลือดตามจำนวนที่สภากาชาดไทยได้กำนนดไว้ เราจะได้สิทธิจ่ายค่ารักษาพยาบาลครึ่งนึงด้วยนะ

บริจาคเลือดกี่ครั้งได้สิทธิรักษาค่าพยาบาล

ข้อดีของการบริจาคเลือดนอกจากได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ยังมีผลดีต่อร่างกายของเราอีกด้วย แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลต่างๆ ก็มาดูได้เลย

บริจาคเลือดกี่ครั้งได้สิทธิอะไรบ้าง

บริจาคเลือดกี่ครั้งได้สิทธิอะไรบ้าง

บริจาคกับโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย

บริจาค 7 ครั้งขึ้นไป

  • ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จ่ายแค่ 50%

บริจาค 24 ครั้งขึ้นไป

  • ยกเว้นค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ
  • ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จ่ายแค่ 50%

บริจาคกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

บริจาค 7 ครั้งขึ้นไป

  • ช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารพิเศษ ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บ 50%

บริจาค 18 ครั้งขึ้นไป

  • ค่าห้องและค่าอาหารพิเศษ จ่ายแค่ 50%

เงื่อนไขการขอใช้สิทธิ

  • สิทธิเฉพาะตัวผู้บริจาคเลือดเท่านั้น
  • สิทธิรักษาต้องเป็นผู้ป่วยในเท่านั้น
  • หากมีสิทธิพื้นฐาน เช่น บัตรทอง ประกันสังคม ต้องใช้สิทธินั้นก่อน
  • นำประจำตัวของผู้บริจาคเลือด มาขอหนังสือรับรองของผู้จาคเลือดเพื่อนำไปลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล
บริจาคเลือดแต่ละครั้งได้ประโยชน์อะไร

บริจาคเลือดแต่ละครั้งได้ประโยชน์อะไร

  • ได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น
  • ไขกระดูกทำงานได้ดีขึ้น
  • ร่างกายผลิตเลือดใหม่ได้ดีขึ้น
  • ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งคอหอย
  • ได้ตรวจเลือดฟรี ถ้าเป็นโรคจะได้พบก่อนจะสาย
  • มีแนวโน้มอายุยืนมากกว่าผู้ที่ไม่เคยบริจาค
  • ได้ชีวิตคนมากว่า 1 คน
บริจาคเลือดที่ไหนได้บ้าง

บริจาคเลือดที่ไหนได้บ้าง

จุดบริจาคเลือดกรุงเทพมหานคร

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • โรงพยาบาลศิริราช
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  • โรงพยาบาลตำรวจ
  • คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
  • สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม สภากาชาดไทย บางแค
  • เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน
  • เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • เดอะมอลล์ บางแค
  • ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
  • สวนจตุจักร

จุดบริจาคเลือดต่างจังหวัด

  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดลพบุรี
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดชลบุรี
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดราชบุรี
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดนครราชสีมา
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดนครสวรรค์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดพิษณุโลก
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช (ทุ่งสง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดสงขลา
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต
  • งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คุณสมบัติผู้บริจาคเลือด

คุณสมบัติผู้บริจาคเลือด

  • อายุ 17 ปี บริบูรณ์ – 70 ปี สุขภาพร่างกายสมบูรณ์
  • น้ำหนัก 45 กิโลกรัม ขึ้นไป
  • ไม่เจ็บป่วย หรืออยู่ในระหว่างรับประทานยารักษาโรค
  • ไม่มีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนและรักษารากฟันภายใน 3 วันที่ผ่านมา
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใน 24 ชั่วโมง
  • ไม่มีประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือไวรัสตับอักเสบ ซี
  • ไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง
  • ไม่มีภาวะเลือดออกง่ายและหยุดยาก
  • ไม่ทำการสัก หรือเจาะบริเวณผิวหนัง ภายในระยะเวลา 12 เดือน
  • ไม่มีประวัติติดยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษในระยะ 3 ปี
ก่อนและหลังบริจาคเลือดต้องทำอะไรบ้าง

ก่อนและหลังบริจาคเลือดต้องทำอะไรบ้าง

ก่อนไปบริจาคเลือด

  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต
  • ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคเลือด 1 วัน
  • งดสูบบุหรี่ก่อนบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง
  • รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคเลือด
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพราะสีพลาสมาจะผิดปกติ ไม่สามารถนำไปใช้ได้

หลังบริจาคเลือด

  • หลังการบริจาคเลือด ควรนั่งพักประมาณ 10-15 นาที
  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะรับประทานอาหาร
  • งดสูบบุหรี่ 1 ชั่วโมง หลังบริจาคโลหิต
  • ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน

 

เห็นไหมครับทุกคนว่าการบริจาคเลือดนั้นมีข้อดีมากมายเลย ได้สิทธิค่ารักษาพยาบาลลดสูงสด 50% ได้ช่วยชีวิตคน ได้เปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่อีก ใครดูแล้วยังไม่เคยบริจาคเลือดเลย ก็ลองไปดูนะ

ติดตามข่าวสารจาก หมีสาระ

Facebook : www.facebook.com/mheesaradotcom/

Twitter : https://twitter.com/mheesara

 

บทความที่เกี่ยวข้อง