17 February 2020

การเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดห้อง

เคยสงสัยมั้ยเกี่ยวกับแอร์ที่ติดอยู่ในบ้าน เราจะรู้ได้ไงว่าแอร์แบบไหนเหมาะกับสถานที่หรือพื้นที่แบบไหน เลือกแอร์ให้เหมาะกับแต่ละห้องอยู่พอดี ห้องแต่ละห้องในบ้านต้องใช้แอร์แบบไหนถึงจะเหมาะ วันนี้หมีสาระจะมาขอแนะนำวิธีการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

เลือกแอร์อย่างไรให้เหมาะกับตัวห้อง

เลือกเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้เหมาะกับสถานที่หรือห้องที่เราอยู่สิ่งแรก ลองดูยี่ห้อกับรู้ประเภทของแอร์ก่อน ข้อมูลนี้ทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว ก็คือมี 3 ประเภทหลัก

ประเภทเครื่องปรับอากาศ

  1. แอร์แบบติดผนัง แอร์ประเภทนี้จะเห็นกันบ่อย ส่วนใหญ่ใช้ตามบ้านหรือคอนโด เป็นแอร์ที่มีขนาดเล็กถึงกลางๆ ไม่ใหญ่มาก ติดตั้งง่าย ค่อนข้างประหยัดไฟและง่ายต่อการดูแลรักษา
  2. แอร์แบบติดฝ้าเพดาน แอร์ประเภทนี้จะติดอยู่บนตัวฝ้าของเพดานห้อง ปล่อยความเย็นได้ 4 ทิศทาง ราคาค่อนข้างแพงหน่อย เหมาะกับการใช้ในอาคาร สานักงาน หรือบ้านที่ต้องการติดโดยไม่ให้เห็นตัวแอร์ หรือบ้านที่มีขนาดกว้างมากๆ
  3. แอร์แบบตั้งพื้น แอร์ประเภทนี้จุดเด่นมันเลยก็คือการลดปัญหาการติดตั้ง เพราะสามารถเคลื่อนย้ายไปวางในสถานที่ต่างๆ ได้เลย ทาความเย็นได้เร็ว อายุการใช้งานอาจจะไม่นานมาก

เปรียบเทียบคุณสมบัติเครื่องปรับอากาศ

ต่อไปเราก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติของแอร์ ปัจจุบันแอร์มีคุณสมบัติที่หลากหลายมาก อาทิเช่น การกรองฝุ่น, การใช้คำสั่งจาก Wifi, การทำความสะอาดตัวเอง และอื่นๆ รวมถึงแอร์ที่เป็นแบบธรรมดา หรือเป็นแบบ Inverter

ตัวอย่างคุณสมบัติเครื่องปรับอากาศ

  • มีประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบ 3 ดาว
  • มีระบบ PM 2.5 Filter มีแผ่นฟอกอากาศชนิดพิเศษ ช่วยกำจัดฝุ่น PM 2.5
  • มีการเคลือบสารที่สามารถช่วยลดการเกิดของแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้
  • ระบบ X-Ionizer เป็นตัวฟอกอากาศที่ช่วยในเรื่องของฝุ่นและดักจับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ด้วย
  • ระบบ Anti-Shock ที่ช่วยป้องกันแผงวงจรไฟฟ้าในกรณีแรงดันไฟตกหรือเกิน
  • ระบบ Auto Restart เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟดับ ระบบจะสามารถกลับมาทางานได้ใหม่โดยอัตโนมัติ
  • ระบบ Auto Self Cleaning หลังปิดใช้งาน
  • การรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี กับอะไหล่ทั่วไป 5 ปี

ขนาดห้องที่เหมาะสมกับขนาดเครื่องปรับอากาศ

สิ่งที่ต้องรู้ต่อมาก็คือขนาดของห้องหรือพื้นที่ติดตั้ง เพราะแต่ละห้องก็อาจใช้แอร์ที่มีขนาดต่างกัน จึงเป็นที่มาของการหาสูตรคำนวณ BTU โดยใช้สูตรพื้นที่ของห้อง

BTU = กว้าง(เมตร) x ยาว(เมตร) x ตัวแปรความร้อน

ตัวแปรความร้อน

  • 700 สำหรับห้องนอนปกติขนาดเล็กถึงกลาง และไม่โดนแดด
  • 800 สำหรับห้องนอนปกติขนาดเล็กถึงกลาง และโดนแดด
  • 850 สำหรับห้องทำงานและห้องนั่งเล่นขนาดกลางถึงใหญ่ และไม่โดนแดด
  • 900 สำหรับห้องทำงานและห้องนั่งเล่นขนาดกลางถึงใหญ่ และโดนแดด

ตัวอย่างการคำนวณ

ห้องนอนใหญ่มีขนาดประมาณ 4.5 x 5.5 เมตร (โดนแดดในตอนกลางวัน)

เราเลยเลือกคำนวณด้วย BTU = (4.5 x 5.5) x 800 = 24.75 เมตร x 800 = 19,800

ดังนั้นค่า BTU โดยประมาณของแอร์ในห้องนอนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 19000 – 21000 BTU

ตำแหน่งการติดเครื่องปรับอากาศ

  1. เลี่ยงติดผนังที่เจอกับแสงแดดโดยตรง แอร์จะได้ไม่ทำงานหนัก
  2. พิจารณาลักษณะการใช้งานเพิ่ม เช่น สมมุติว่าเราอยู่ห้องนอนในช่วงค่า ถ้าในช่วงบ่ายผนังได้รับความร้อนจากแสงแดด ดังนั้นควรติดแอร์ฝั่งตรงข้ามกับทิศตะวันออก เป็นต้น
  3. ไม่ควรติดกลางห้อง ทิศทางของลมแอร์ไม่ควรลงมาที่หัวนอน และไม่ควรติดเหนือประตูเพราะจะทำให้แอร์ออกไปนอกห้องได้ง่าย
  4. ควรหาจุดที่ลมของแอร์กระจายได้ทั่วถึงภายในห้อง

การเลือกแอร์ครั้งนี้เป็นสูตรคร่าวๆ มาช่วยคำนวณหาค่า BTU ซึ่งก็แล้วแต่ด้วยว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ อีกหรือเปล่า และสูตรนี้ก็ไม่จาเป็นว่าจะใช้คำนวณได้แค่ที่บ้านนะ สามารถนำไปคำนวณการใช้งานในที่อื่นด้วยก็ได้ เช่น ร้านอาหาร ที่ทำงาน สถานที่อื่นฯ

เมื่อคำนวณเสร็จแล้วก็อย่าลืมมาดูอีกทีด้วยว่าที่นั่นมันเหมาะกับแอร์แบบไหนมากกว่ากัน ถ้าในความคิดเห็นของเราเรื่องนี้เป็นแค่เบื้องต้นเท่านั้นที่เราควรรู้ เป็นเรื่องใกล้ตัวเหมือนกันนะ เพราะการเลือกแอร์ให้ถูกประเภทนอกจากจะช่วยให้ห้องเย็นแล้ว ยังช่วยเรื่องการประหยัดไฟได้ด้วย ลองไปศึกษาเพิ่มเติมได้ถ้าใครสนใจ

ติดตามข่าวสารจาก หมีสาระ

Facebook : www.facebook.com/mheesaradotcom/

Twitter : https://twitter.com/mheesara

 

บทความที่เกี่ยวข้อง